The 5th Global Meeting of Ministry of Health Focal Points for Violence and Injury Prevention, 3-4 November 2018, Bangkok

The 5th Global Meeting of Ministry of Health Focal Points for Violence and Injury Prevention, 3-4 November 2018, Bangkok

The 5th Global Ministry of Health Focal Points for Violence and Injury Prevention convened some 100 delegates from 70 primarily low- and middle-income countries, including Ministry of Health focal points, heads of WHO Collaborating Centres and NGOs in Official Relations with WHO, and WHO colleagues from all levels of the organization. The meeting was opened by H.E. Dr Piyasakol Sakolsatayadorn, Minister of Public Health of Thailand, who welcomed delegates, noting the importance of violence and injuries in Thailand and highlighting the significant progress that has been made in the country to address these public health challenges. He was joined for the opening session by Dr Daniel Kertesz, WHO Representative of Thailand, who also welcomed delegates, and indicated WHO’s willingness to support Ministry of Health focal points in their various roles, from data collection to prevention to services. Dr Etienne Krug, WHO Director, presented on “Opportunities for advancing violence and injury prevention within WHO’s General Programme of Work 2019-2023.

In an effort to catalyze national and regional action to achieve the violence and injury prevention targets reflected in the WHO General Programme of Work 2019-2023 and the Sustainable Development Goals, participants developed an agenda for achieving these targets in violence prevention and road safety and also discussed how to more effectively strengthen efforts to prevent drowning and provide emergency trauma care. They clarified the role of Ministry of Health focal points in achieving these agenda and determined how Ministry of Health focal points and WHO will work more closely together amongst themselves and with other sectors to prevent violence and injuries. The meeting also served as the occasion to familiarize Ministry of Health focal points with the latest WHO technical guidance and other tools for violence and injury prevention, including technical packages of evidence-based interventions on preventing violence against children, road traffic injuries and drowning.

At the close of the meeting, updates were given on projects towards which the Ministry of Health focal points could make important contributions in the coming year or so, namely the Fifth UN Global Road Safety Week on “Leadership for Road Safety” (May 2019), the Third Global Ministerial Conference on Road Safety (February 2020), the World Youth Assembly for Road Safety (February 2020) and the Global Burn Registry. Following the close of the meeting, regional meetings were held in order to discuss issues specific to regional contexts which might require greater attention and a tailored response. Most participants in the 5th Global Meeting of Ministry of Health focal points will attend Safety 2018, which will provide further opportunities for building capacities and strengthening knowledge and networks to prevent violence and injuries.

----------------------------

การประชุมระดับโลกครั้งที่ 5 ของผู้รับผิดชอบด้านการป้องกันความรุนแรงและการบาดเจ็บจากกระทรวงสาธารณสุข จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค มีผู้เข้าร่วมการประชุมจำนวนประมาณ 100 คน จาก 70 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีรายได้ขั้นต่ำและปานกลาง ประกอบด้วยผู้รับผิดชอบจากกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลก องค์กรภาคประชาสังคมที่มีบทบาทการดำเนินงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก และ เจ้าหน้าที่ทุกระดับที่เกี่ยวข้องจากองค์การอนามัยโลก ในการนี้ ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความรุนแรงและการบาดเจ็บในประเทศไทย และเน้นความก้าวหน้าที่สำคัญของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในประเด็นดังกล่าว โดยมีนายแพทย์ แดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ร่วมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และแสดงเจตนารมณ์ขององค์การอนามัยโลกที่จะสนับสนุนบทบาทต่างๆของผู้รับผิดชอบจากกระทรวงสาธารณสุข อาทิ บทบาทในการเก็บรวบรวมข้อมูล การป้องกัน และ การจัดบริการสาธารณสุข นอกจากนั้น นายแพทย์ เอเทียน ครุก ผู้อำนวยการด้านการจัดการโรคไม่ติดต่อ ความพิการ การป้องกันความรุนแรงและการบาดเจ็บ องค์การอนามัยโลก สำนักงานใหญ่ ได้นำเสนอเรื่อง "โอกาสในการเพิ่มความก้าวหน้าด้านการป้องกันความรุนแรงและการบาดเจ็บ ภายใต้แผนการดำเนินงานขององค์การอนามัยโลกในช่วงปี 2562-2566"

ในความพยายามที่จะกระตุ้นการดำเนินการระดับชาติและระดับภูมิภาคเพื่อบรรลุเป้าหมายการป้องกันความรุนแรงและการบาดเจ็บ ตามแผนการดำเนินงานขององค์การอนามัยโลกในช่วงปี 2562-2566 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น ผู้เข้าร่วมประชุมได้พัฒนาวาระเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ ในด้านการป้องกันความรุนแรง และ การสร้างความปลอดภัยทางถนน รวมทั้งได้หารือแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการดำเนินงานด้านการป้องกันการจมน้ำและการดูแลรักษาในกรณีฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้ชี้แจงบทบาทของกระทรวงสาธารณสุขในการที่จะบรรลุวาระเหล่านี้ และได้กำหนดให้มีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างผู้รับผิดชอบจากกระทรวงสาธารณสุขและองค์การอนามัยโลก ตลอดจนภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อป้องกันความรุนแรงและการบาดเจ็บ การประชุมในครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้รับผิดชอบจากกระทรวงสาธารณสุขได้ทำความรู้จักกับแนวทางและเครื่องมือต่างๆด้านการป้องกันความรุนแรงและการบาดเจ็บที่องค์การอนามัยโลกได้พัฒนาขึ้นมาล่าสุด ตลอดจนข้อเสนอแนะทางวิชาการด้านมาตรการเพื่อป้องกันความรุนแรงต่อเด็ก การบาดเจ็บจากการจราจรทางถนน และ การจมน้ำ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์

ในช่วงท้ายของการประชุม องค์การอนามัยโลกได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบเกี่ยวกับกิจกรรมและโครงการต่างๆที่จะเกิดขึ้นในช่วงปีข้างหน้า และเชื้อเชิญให้ผู้รับผิดชอบจากกระทรวงสาธารณสุขเข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในการสนับสนุน อาทิ

  • สัปดาห์ความปลอดภัยทางถนนของสหประชาชาติครั้งที่ 5 ในหัวข้อเรื่อง "ความเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยทางถนน – Leadership for Road Safety" (เดือนพฤษภาคม 2562)
  • การประชุมรัฐมนตรีระดับโลกในด้านความปลอดภัยทางถนน (เดือนกุมภาพันธ์ 2563)
  • สมัชชาเยาวชนโลกเพื่อความปลอดภัยทางถนน (เดือนกุมภาพันธ์ 2563) และ
  • ฐานข้อมูลระดับโลกด้านแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว ได้มีการประชุมต่อเนื่องในระดับภูมิภาคเพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นที่เฉพาะเจาะจงกับบริบทของภูมิภาค ที่ยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญและตอบสนองอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้จะเข้าร่วมการประชุมระดับโลก Safety 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทยในวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2561 ด้วย ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาศักยภาพของบุคคล และเสริมสร้างองค์ความรู้และเครือข่ายเพื่อป้องกันความรุนแรงและการบาดเจ็บต่อไป

Share